“รองฯเดช” ลงพื้นที่อุบลฯ เกาะติดแม่น้ำมูล-โขง สั่งพร้อมรับมือน้ำทุกสถานการณ์
รองอธิบดีกรมชลฯ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง พร้อมตรวจสอบเขื่อนสิรินธร เขื่อนปากมูล และจุดบรรจบแม่น้ำสองสี สั่งสำนักงานชลประทานที่ 7 เฝ้าระวังใกล้ชิด เตรียมเครื่องจักร บุคลากร และแผนรับมือสถานการณ์น้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.69 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในการนี้ สำนักงานชลประทานที่ 7 โดย นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 มอบหมายให้ นายวุฒิชัย ศรีทอง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา พร้อมด้วย นายวสันต์ ข่ายมณี ผู้อำนวยการส่วนเครื่องจักรกล หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ฯ เพื่อติดตาม และวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมรับฟังข้อมูลและแนวทางการบริหารจัดการน้ำ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการวางแผน ตลอดจนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถรองรับทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมในทุกมิติ


โดยได้มีการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ทั้ง 3 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 ณ เขื่อนสิรินธร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เขื่อนสิรินธร (กฟผ.) ปริมาณน้ำปัจจุบัน 1,118.64 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 56.89% ใช้การได้ 287.26 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 25.31%
จุดที่ 2 ณ เขื่อนปากมูล อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ณ ปัจจุบัน ระดับน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ 106.3 ม.รทก. ในการลงพื้นที่ทั้ง 2 จุด นายอัครพล โพธิ์ศรี วิศวกรระดับ 7 กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ให้ข้อมูลด้านปริมาณน้ำ ระดับน้ำ และแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพื่อประกอบการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด


และจุดที่ 3 จุดบรรจบแม่น้ำสองสี อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง ซึ่ง ณ ปัจจุบัน สถานการณ์แม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม ระดับน้ำอยู่ที่ 97.83 ม.รทก.
ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับให้สำนักงานชลประทานที่ 7 และโครงการชลประทานในสังกัด ติดตามสถานการณ์น้ำ และสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ตลอดจน Standby เครื่องจักร – เครื่องมือ และบุคลากรประจำพื้นที่เสี่ยง พร้อมบูรณาการความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน หากเกิดเหตุสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

