“นัท LYKN” บนเวทีมั่นใจ แต่ชีวิตจริงคิดเยอะ!

20260713-145916

เปิดปมวัยเด็กและความสูญเสียครั้งใหญ่

สัมผัสอีกด้านของ นัทธนัท ด่านเจษฎา หรือ นัท LYKN” ศิลปินหนุ่มสุดฮอตที่หลายคนคุ้นภาพความมั่นใจบนเวที แต่เบื้องหลังกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ผ่านรายการ Woody Talk ย้อนเล่าปมในวัยเด็กที่ทำให้กลายเป็นคนขี้อาย คิดเยอะ และกังวลทุกการแสดงออกจนหลายครั้งถูกเข้าใจผิดเพราะเป็นคนหน้านิ่ง พร้อมเปิดใจถึงช่วงเวลาหนักที่สุดในชีวิต หลังสูญเสียคุณพ่อ ซึ่งกลายเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่ทำให้วันนี้เลือกใส่ใจและใช้ทุกนาทีกับคนที่รักให้มีค่าที่สุด

คุณเป็นหนึ่งในศิลปินวง LYKN วงที่ได้ไปไกลถึงระดับโลก

นัท LYKN : คือจริง ๆ ผมโชคดีด้วยที่ได้มาอยู่กับค่าย GMMTV รู้สึกว่าในค่ายให้โอกาสเยอะมาก ๆ แล้วยิ่งฐานแฟนคลับมีอยู่ที่ต่างประเทศเยอะด้วย รู้สึกว่าเราได้รับประโยชน์จากตรงนั้น ทางค่ายก็ส่งวง LYKN ไปต่างประเทศ ช่วงแรก ๆ ได้ไปคือประเทศญี่ปุ่น ในตอนแรกแฟน ๆ ก็ยังไม่ค่อยรู้จักพวกเราเท่าไหร่ แต่พอได้ไปหลาย ๆ ที่มากขึ้น เริ่มมีคนฟังเพลงของพวกเราเยอะมากขึ้น พอ LYKN ได้ประกาศคอนเสิร์ตไป แล้วก็มี World Tour จริง ๆ ก็รู้สึกว่ามันมาไวมากเหมือนกัน ที่เราได้ไปลองอะไรแบบนั้น และรู้สึกว่ามันเป็นสนามซ้อมของเรา ทำให้เราได้ไปแสดงในสถานที่ต่างออกไป ซึ่งช่วยให้เราได้พัฒนาทักษะจากตรงนั้นต่อ ๆ กันไปครับ

ถ้าต้องเลือก เหตุการณ์ ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เรามองออกไปในหมู่คนดูมหาศาลที่ไม่ใช่ทางวัฒนธรรมของเราเลย นึกถึงเมืองไหน ช่วงไหน เพราะอะไร ?

นัท LYKN : ภาพแรกที่เข้ามาในหัวเลยคือที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส คนที่จัดคอนเสิร์ตบอกอยู่แล้วว่าที่ปารีสจะมีวัฒนธรรมการชมคอนเสิร์ตที่ไม่เหมือนที่อื่นที่พวกเราเคยไปเลย ผมก็ถามเขาว่ามันขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วพอได้ไปจริง ๆ ก็เป็นแบบนั้นเลย เหมือนเขาจะมี Chant หรือการส่งเสียงเชียร์อะไรของเขาที่เหมือนตอนเชียร์ฟุตบอล คืออยู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาแล้วก็เฮทั้งฮอลล์เลย แล้วเราไม่คิดว่าจะมีแฟน ๆ ที่อยู่ที่ยุโรปเยอะขนาดนี้ ที่สำคัญคือเขาร้องเพลงของพวกเราได้ โดยร้องภาษาไทยชัดมากจริง ๆ ผมว้าวมากจนถึงขั้นต้องถอดหูฟังอินเอียร์ออกมาเพื่อฟังเขาร้องแล้วก็เต้นไปด้วย แล้วยิ่งเขาร้องดัง พวกผม 5 คนยิ่งใส่แรงสุดความสามารถมากกว่าเดิมครับ

ที่มาของฉายา แปลกแบบปกติ” หมายความว่าอะไร ?

นัท LYKN : เอาจริงผมว่าผมเป็นคนแปลกนิดหนึ่ง รู้สึกว่าการแสดงออกความรู้สึกของผมมันค่อนข้างซับซ้อน ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงความรู้สึกตัวเองออกไปตรง ๆ มันจะมีเสียงในหัวเล็ก ๆ ว่าเราแสดงออกแบบนี้แล้วคนที่ฟังเราอยู่เขาจะรู้สึกยังไง คือผมเป็นคนคิดเยอะ อาจจะทำให้เวลาผมแสดงออกไปแล้วมันดูแปลกสำหรับคนที่ฟังอยู่ ดูเหมือนกับว่าเรารู้สึกอย่างนี้จริง ๆ หรือเปล่า อย่างเช่นน้องในวง เวลาที่มีอะไรมาให้ดู หรือเอาอะไรมาให้ผมชิม แล้วผมบอกว่า “อร่อยจังเลย” แต่ความรู้สึกผมคืออาจจะอร่อยมาก ๆ แต่การแสดงออกของผมที่สื่อออกไปอาจจะทำให้เขาคิดว่าปลอมหรือเปล่า คือผมเป็นคนคิดเยอะมากเวลาจะพูดอะไรออกไป

ย้อนกลับไปช่วงอายุ 10 ขวบ มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้จากคนกล้าแสดงออก กลายเป็นคนที่ต้องระวังและคิดซ้ำ  ก่อนจะพูดไหม ?

นัท LYKN : นึกออกครับ ผมรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นช่วงที่ผมเริ่มไปเต้น Cover Dance แล้วผมคิดว่าอาจจะมีบางคนในโรงเรียนที่ดูหมิ่นเรา ไม่ได้เชิงพูด แต่เป็นเชิงการแสดงออกกับการกระทำอะไรอย่างนี้มากกว่า มันก็เลยอาจจะทำให้ผมรู้สึกไม่มั่นใจมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ในชีวิตครับ

ถ้ามีคำที่ออกมาจากปากของเขา คิดว่าคำพูดนั้นที่จะบอกคุณในวันนั้นคือประโยคว่าอะไร ?

นัท LYKN : ทำอะไรกัน? แล้วก็อาจจะหัวเราะ ผมคิดว่าเขาน่าจะตัดสินผมว่าดูเสร่อมั้งครับ ความคิดผมนะ เหมือนกับว่าอยากเด่นเหรอ? ประมาณนั้น

วันนี้เรามองเห็นบทบาทอะไรของตัวเองที่ชัดเจนที่สุด ?

นัท LYKN : ผมเป็นคนที่อยู่ตรงกลางในทุกความรู้สึก ถ้าในวงมีใครที่รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร ก็จะมาคุยกับผมบ้าง ผมจะเป็นคนที่รับฟังเสียส่วนใหญ่ อาจจะให้คำแนะนำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นคนชอบรับฟัง ถ้าเครียดก็คือมาระบายกับผมได้ คือเวลาผมอยู่กับ LYKN รู้สึกผมเหมือนเด็ก ผมเห็นสายตาที่พวกเขามองผมในมุมมองที่รู้สึกเหมือนผมเป็นเด็กยังไงไม่รู้ครับ

แนะนำให้เรารู้จัก นัท ธนัท’ ตัวตนจริง  ในมุมที่คนอื่นอาจไม่เคยรู้ ?

นัท LYKN : สวัสดีครับผม นัท ธนัท ด่านเจษฎา วันนี้ได้มารายการพี่วู้ดดี้ดีใจมากครับ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ขี้อายมาก ๆ เวลาได้มาคุยกับคน ผมจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจมากเท่าไหร่ แต่ว่าวันนี้รู้สึกว่าผมได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเหมือนกันกับการได้มาคุยกับพี่วู้ดดี้ รู้สึกว่าตัวเองได้ค้นหาอะไรบางอย่างในตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีเลเยอร์บางอย่าง ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ แล้วก็รู้สึกว่าบางทีผมอาจจะต้องละลายเลเยอร์นั้นให้มันมากขึ้นกว่านี้ในการที่จะไปใช้ชีวิตต่อไปในอนาคตข้างหน้า แล้วก็รู้สึกว่าผมอาจจะเรียกว่าเป็นคนที่คิดเยอะ อาจจะคิดเยอะเกินไปหน่อยบางที ซึ่งมันก็ทำให้ผมเริ่มรวนแล้ว คือเอาจริงผมว่าตอนเด็กผมไม่คุยกับใครเลยดีกว่า คุยน้อยมาก ๆ เวลาไปเจอเพื่อนคุณพ่อคุณแม่ก็จะอยู่เงียบ ๆ แบบหงอย ๆ อยู่กับพี่ชายก็ไม่ค่อยกล้าคุยมากเท่าไหร่ จนผมรู้สึกว่าอาจจะทำให้ผมเป็นอย่างนั้นจนถึงตอนนี้ แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นประมาณหนึ่งครับ

โลกคาดหวังให้เราแสดงออก แต่เรากลับต้องสร้างกำแพงไว้ปกป้องตัวเอง คุณทำได้อย่างไร ?

นัท LYKN : อาจจะเพราะผมมีเป้าหมายที่อยากเป็นศิลปิน ผมได้ทำกิจกรรมตั้งแต่เด็ก ไปเต้น ไปออดิชันในรายการ Project Alpha แล้วได้มาเป็นศิลปิน ก็อาจจะทำให้ผมทลายกำแพงตรงนั้นประมาณหนึ่งเวลาอยู่บนเวที ผมอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกมั่นใจในตัวเอง ผมอาจจะชอบอยู่บนเวที เพราะผมรู้สึกว่าตัวเองมั่นใจมากกว่าตอนอยู่ข้างล่างเวทีครับ เป็นผมอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง เพราะมีแฟน ๆ ด้วย เพราะเรารู้ว่าเราทำอะไรไปแล้วเขาจะชอบที่เราแสดงอยู่บนเวที เลยรู้สึกมั่นใจว่าเราจะทำแบบนี้ไป บวกกับมีวง LYKN ด้วยที่เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยของผม ทำอะไรจะมีอีก 4 คนคอยผลักดัน ซึ่งมันก็เป็นอีกมวลพลังงานหนึ่งที่ทำให้มั่นใจในตัวเองเวลาผมแสดงอยู่บนเวที รู้สึกว่ามันเป็นที่ของเรา แต่พอเราลงมาใช้ชีวิตที่ไม่ได้เป็น LYKN อาจจะทำให้ผมรู้สึกประหม่า หรือว่าไม่มั่นใจเวลาในการไปไหนต่อไหนคนเดียวมากกว่า จะไม่มีใครคอยมาผลักดันเรา สมมุติเราเล่นมุกบนเวทีซึ่งมันฝืดแค่ไหนก็จะมี 4 คนที่คอยหัวเราะให้ผม ซึ่งผมเป็นคนตลกเวลาอยู่แค่กับ LYKN ดีกว่า เวลาลงมาแล้วมันดูแห้งไปหมดเลยเวลาออกงานคนเดียว

พอลงมาอยู่คนเดียวจะมีโมเมนต์ไหนที่เรารู้สึกอึดอัด ?

นัท LYKN : รู้สึกเวลามีคนมองเรา เวลาเดินไปแล้วมีคนมองไปเรื่อย ๆ แล้วบางครั้งผมอาจจะเกร็ง ๆ นิดหนึ่ง เพราะรู้สึกว่าเขามองอะไรเราหรือเปล่า โดยปกติผมเป็นคนหน้านิ่งแล้วมันอาจจะดูหยิ่งหรือเปล่า ถ้าเกิดเราไม่ยิ้ม คือจะคิดเยอะมาก ๆ ประมาณหนึ่งว่าถ้าเราหน้าประมาณนี้แล้วเวลาคนมองมาก็จะคิดไปร้อยแปดพันเรื่องแล้วว่า เขาจะมองเรายังไงอะไรอย่างนี้ครับ จริงๆ ผมอยากมั่นใจมากกว่านี้มากเลย อยากเป็นคนที่คิดอะไรก็กล้าพูดออกไป แต่บางทีเลเยอร์มันเยอะเกินไปสำหรับผมครับ

ตอนที่เพอร์ฟอร์มอยู่ที่เมืองนอกแล้วเกิดเหตุการณ์สูญเสีย คุณต้องจัดการกับความรู้สึกยังไงบ้าง ทั้งทำงานและต้องกลับมาดูแลคนที่เรารักมากที่สุด ?

นัท LYKN : จริง ๆ ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนงงไปเลยครับ เพราะว่าวันนั้นเหมือนเสร็จงานแล้ว กำลังจะบินกลับแล้ว แล้วเหมือนตื่นมาตอนเช้าแล้วเห็นไลน์เด้งขึ้นมาว่าจัดงานศพวันนี้นะ ผมก็ “เหรอ” แล้วผมก็เหมือนสมองว่างเปล่าไปเลย ผมไม่รู้ต้องทำตัวยังไงเลย ทุกอย่างมันเงียบ ผมอยู่ในห้องนอนคนเดียวแล้วมันเงียบกริบไปหมด เป็นความรู้สึกที่เอาจริง ๆ ผมไม่เคยสูญเสียใครมาก่อนเลย เรียกว่าคุณพ่อเป็นคนแรกเลยที่ผมสูญเสีย รู้สึกว่าผมเห็นคุณแม่เศร้าก็เลยรู้สึกว่าตัวเองอาจจะต้องไม่ได้เศร้าขนาดนั้นเพื่อทำให้คุณแม่รู้สึกโอเค รู้สึกว่าเราจะต้องเป็นคนที่ดูแลคุณแม่ต่อจากคุณพ่อ ก็เลยอาจจะต้องเป็นคนที่เข้มแข็งประมาณหนึ่ง เอาจริง ๆ คุณพ่อป่วยมานานแล้ว ค่อย ๆ ทรุดลงเรื่อย ๆ ช่วงที่ผมทัวร์คอนเสิร์ตไม่ค่อยได้เจอคุณพ่อ แต่ว่าคุณพ่อก็อยู่ที่บ้าน มีคุณแม่กับพี่ชายช่วยดูแล ช่วงนั้นมีบินไปอเมริกาแล้วก็เว้นอาทิตย์หนึ่งแล้วไปยุโรป ซึ่งช่วงที่บินไปยุโรปคือช่วงสุดท้ายที่คุณพ่อเริ่มจะไม่ไหวแล้ว วันนั้นก็เป็นวันที่ผมงงกับชีวิตตัวเองประมาณหนึ่งว่ามันเกิดขึ้นจริงแล้วเหรอ เพราะผมไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ แต่สุดท้ายแล้วมีอะไรให้เราทำมากจนเกินกว่าที่จะมานั่งคิดเรื่องที่มันเศร้า คือผมเป็นคนที่ไม่ได้ชอบไปนั่งนึกเรื่องที่มันเศร้า หรือเสพติดความเศร้า บางคนอาจจะไปนั่งดูรูปเก่าเพื่ออินกับความเศร้าตรงนั้น แต่ผมรู้สึกว่าต้องใช้ชีวิตต่อ แล้วก็มีหน้าที่ๆต้องทำต่อ อาจจะไม่รู้ว่าผมกดสิ่งนั้นไว้หรือเปล่า แต่ผมพยายามที่จะไม่กลับไปดูมันมากเท่าไหร่ครับ

คุณพ่อได้เล่าให้ฟังไหมว่าเขาดีใจกับเราขนาดไหน ?

นัท LYKN : เขาเป็นคนที่ติดตามดูผมอยู่ตลอด คอยดูคอมเมนต์ของแฟน ๆ ตลอดแล้วก็จะบอกว่าเขาพิมพ์อันนี้มาหาเรานะ แล้วก็เปิดให้ผมดู เขาภูมิใจในตัวผมมากสุด ๆ เลย เขาเป็นคนไปส่งผมซ้อมเต้น ไปฟิตเนสตลอด ก่อนที่เขาจะป่วยแล้วก็ไปส่งผมไม่ไหวครับ คุณพ่อมีคนรักเยอะมาก ๆ ไม่เคยดุผมเลย ดุผมน้อยมาก ๆ และค่อนข้างตามใจผม เวลาแม่ดุเขาก็จะคอยโอ๋ผมตลอด เวลาผมกลับบ้านดึก คุณพ่อก็จะไลน์มาบอก “แม่เอาแล้วนะ แม่เริ่มแล้วนะ” ผมก็จะรีบกลับ คุณพ่อเป็นคนที่น่ารักกับผมมากครับ

คิดถึงอะไรมากที่สุดเกี่ยวกับคุณพ่อ ?

นัท LYKN : ผมคิดถึงเสียงของเขา เขายังไม่ได้ไปคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ของผมเลย คอนเสิร์ตแรกเขาได้ไป แต่ว่าคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ในช่วงปีที่ผ่านมาเหมือนเขาเริ่มไม่ไหวแล้ว ก็เลยต้องอยู่แต่ที่บ้าน ถ้าเขายังอยู่เขาคงเปิดเพลงของผมฟังแล้วก็ลุกมาเต้นแน่ ๆ เพราะเพลงแรก ๆ ของผมในวง LYKN เขาจะชอบเต้นท่าของเขา ซึ่งมันก็ไม่ค่อยเป็นท่าเต้นเท่าไหร่ แต่ผมคงคิดถึงเสียงเขามาก ๆ ทุกวันนี้บางทีนอนอยู่ก็เหมือนเห็นเขาอยู่ในห้อง แล้วก็ลุกมาฟังเพลงของผม ถ้าเขาอยู่คงเปิดฟังเพลงเดี่ยวเพลงแรกของผมไม่หยุดเลยแหล่ะครับ

มีเรื่องอะไรที่รู้สึกเสียดายกับคุณพ่อบ้างไหม

About Author