พลิกดินเปรี้ยวปัตตานี! กรมประมงปั้น “ปลาสลิดดอนนา” สร้างอาชีพยั่งยืนตามรอยพระราชดำริ

กรอบเว็บไซต์ 1280x720 (5)

จากจุดเริ่มต้นแห่งพระมหากรุณาธิคุณในปี พ.ศ. 2536 เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงปฏิบัติงานโครงการสร้างภูมิคุ้มกันในเขต 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทรงพบเห็นความทุกข์ยากของราษฎรที่ไร้ที่ทำกิน จึงมีพระราชดำริให้จัดหาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาพัฒนาจัดระเบียบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่กับการอนุรักษ์ นำมาสู่การพลิกฟื้นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดอนนา บ้านดอนนา ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เนื้อที่จำนวน 2,256 ไร่ ซึ่งจากเดิมเป็นพื้นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมขัง ดินพรุที่มีความเป็นกรดสูงและเปรี้ยวจัดจนไม่สามารถทำการเกษตรได้ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความหวังของเกษตรในพื้นที่ โดยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และกรมประมงได้ร่วมกันศึกษา พบว่า ดินที่มีคุณสมบัติทางกายภาพที่ยากต่อการเพาะปลูก กลับมีความเป็นไปได้สูงในการนำมาพัฒนาเป็นแหล่งเพาะเลี้ยง “ปลาสลิด” ซึ่งเป็นปลาพื้นเมืองที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพน้ำที่เป็นกรดเป็นด่างได้อย่างดี จนกลายเป็นฮีโร่ตัวจริงในการเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้ 

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ด้วยข้อจำกัดของภูมิประเทศที่เป็นดินพรุและน้ำท่วมขังเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ไม่สามารถจัดตั้งเป็นหมู่บ้านอยู่อาศัยได้ กรมประมงจึงได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการวางรากฐานโดยน้อมนำพระราชดำริมาขับเคลื่อนในรูปแบบ “โครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 6” มุ่งเน้นการศึกษาวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ดินพรุอย่างยั่งยืน โดยแบ่งพื้นที่เป็นส่วนศึกษาวิจัยทดลองเลี้ยงปลาสลิด จำนวน 197 ไร่ และคงสภาพป่าที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อีก จำนวน 2,000 ไร่ เพื่อรักษาสมดุลในระบบนิเวศ สิ่งที่เป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกของการประมงในขณะนั้นคือ การจัดทำ “แปลงนาปลาสลิดสาธิต” ซึ่งกรมประมงได้ฉีกกรอบการเลี้ยงแบบดั้งเดิมและแบบกึ่งพัฒนาที่นิยมในแถบอำเภอบางพลีและอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ มาเป็นการทดลองเลี้ยงแบบพัฒนาด้วยการให้อาหารเม็ดสำเร็จรูป 100% เป็นแห่งแรก ซึ่งผลการทดลองประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนสามารถพระราชทานนามปลาสลิดนี้ว่า “ปลาสลิดดอนนา” และกลายเป็นต้นแบบที่หลายพื้นที่นำไปปรับใช้ พร้อมขยายผลแจกจ่ายลูกพันธุ์ให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงในพื้นที่ทั่วไปของจังหวัดปัตตานีจนถึงปัจจุบัน

นางสาวสุภาพ สังขไพฑูรย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปัตตานี กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 6 เน้นการบาลานซ์ระหว่างการเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงพัฒนาควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ใช้การบริหารจัดการบ่อเลี้ยงที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มีระบบควบคุมและบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จัดสรรปริมาณอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อลดการสะสมของสารอาหารส่วนเกิน งดการใช้สารเคมี และที่สำคัญที่สุดคือการไม่รุกล้ำพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เพื่อคงสภาพระบบนิเวศดั้งเดิมให้สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งผลลัพธ์จากการส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลสะท้อนผ่านความสำเร็จในปีที่ผ่านมาในการสร้างผลผลิตได้จำนวนเกือบ 1.8 ตัน (1,799 กิโลกรัม) นำพาความเปลี่ยนแปลงและรอยยิ้มมาสู่เกษตรกรทั้ง 60 ราย ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน สร้างรายได้เสริม และสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ โครงการยังเดินหน้าสร้างความมั่นใจในความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้แก่ชุมชนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนและปลาสุลต่านกว่า 120,000 ตัวลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้ชาวบ้านได้มีแหล่งโปรตีนคุณภาพดีไว้บริโภคและสร้างรายได้ ตลอดจนการจัดตั้ง “จุดเรียนรู้และสาธิตการเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูน” เพื่อเป็นต้นแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เปิดโอกาสให้ยุวประมง นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงได้ตลอดเวลา

กรมประมง ตั้งเป้าหมายที่จะให้ “โครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 6” แห่งนี้ เป็นโมเดลต้นแบบแห่งความยั่งยืนในการพลิกฟื้นดินพรุและที่รกร้างว่างเปล่าทั่วทั้งภาคใต้ โดยจะนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง และการแปรรูปสัตว์น้ำ ไปขยายผลในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคง กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรให้อยู่ดีกินดีตามรอยพระราชดำริสืบไป

About Author