กรมชลฯ ขานรับเร่งปรับปรุง ปตร.บ้านสามพร้าว เพิ่มศักยภาพรับมือน้ำท่วม-แล้ง
กรมชลฯ ขานรับนโยบายรัฐบาลและข้อห่วงใยของคณะองคมนตรี เร่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เดินหน้าปรับปรุง “ประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าว” จังหวัดอุดรธานี เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ รองรับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย พร้อมสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
วันที่ 25 พ.ค.69 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำและพบปะประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี 2569 ณ บริเวณประตูระบายน้ำ ตำบลสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน คณะผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุปโครงการ


สำหรับ “ฝายบ้านสามพร้าว” เดิม เป็นฝายน้ำล้นที่ไม่มีระบบเปิด–ปิดน้ำอย่างยืดหยุ่น ทำให้การบริหารจัดการน้ำไม่เต็มศักยภาพ อีกทั้งไม่สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับโครงการอ่างเก็บน้ำและสถานีสูบน้ำที่มีการขยายพื้นที่ชลประทานได้อย่างเหมาะสม หากมีฝนตกหนัก มักจะประสบปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่งจากลำน้ำที่ตื้นเขิน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนของประชาชน จากปัญหาดังกล่าว กรมชลประทาน ได้วางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาและป้องกันปัญหาอุทกภัยในระยะยาว ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำกึ่งฝาย ซึ่งสามารถรองรับการระบายน้ำได้สูงสุดถึง 300 ลบ.ม./วินาที พร้อมติดตั้งโรงสูบระบายน้ำจำนวน 10 เครื่อง กำลังสูบรวม 30 ลบ.ม./วินาที คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 หากแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง สามารถเร่งระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง สนับสนุนภาคการเกษตร สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน


ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เร่งขุดลอกและขยายลำน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของอาคารชลประทาน โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ พร้อมจัดทำแผนการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงก่อนฤดูฝนและก่อนฤดูแล้ง เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์น้ำ แผนการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำ รวมทั้งแนวทางป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า