เร่งระบายน้ำด่วน! “รองฯฐนันดร์” สั่งเฝ้าจุดเสี่ยงเจ้าพระยาตอนล่าง ลดผลกระทบชุมชน

S__86171722_0

รองอธิบดี “ฐนันดร์” ลงพื้นที่ติดตามน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันตก สั่งเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ประสานโครงการชลประทานเร่งรับ-หน่วง-ระบายน้ำ พร้อมตรวจสถานีสูบน้ำสิงหนาท 2 เดินเครื่องเต็มศักยภาพ ลดผลกระทบประชาชนและพื้นที่เกษตร

วันที่ 26 กันยายน 2569 นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันตก ตามข้อสั่งการของนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน โดยก่อนติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ได้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Conference ร่วมกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำและแนวทางบริหารจัดการน้ำในภาพรวม

โดยมี นายรณชัย ศรีรอดบาง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน นายทรงวิทย์ เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ นายผดุงศักดิ์ ผ้าเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล นายสุพจน์ สุวรรณจิตร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน

จากนั้น รองอธิบดีกรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมรับฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำในโครงข่ายคลองและการควบคุมอาคารชลประทาน โดยเน้นประเมินความสามารถในการรับน้ำ หน่วงน้ำ และระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ รวมถึงติดตามจุดเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่การเกษตร เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ และสามารถปรับแผนได้ทันหากมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น

สำหรับ สถานีสูบน้ำสิงหนาท 2 อำเภอบางไทร จ้งหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ได้มีการรายงานสถานการณ์และประสิทธิภาพการทำงานของสถานีให้ที่ประชุมรับทราบ โดยปัจจุบันเครื่องสูบน้ำสามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มศักยภาพ ช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกจุดสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันตก

รองอธิบดีกรมชลประทานได้กำชับโครงการชลประทานในพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณจุดเสี่ยงและพื้นที่ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบ พร้อมประสานการบริหารจัดการน้ำระหว่างโครงการที่มีโครงข่ายเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับน้ำ หน่วงน้ำ และเร่งระบายน้ำ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้ทันต่อสถานการณ์ และลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตรให้ได้มากที่สุด

About Author