“รมช.วัชระพล” ลุยแก้น้ำท่วม-แล้ง ดันพัฒนาแหล่งน้ำทั่วเมืองน้ำดำ

S__3448866_0

“รมช.วัชระพล” ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ ติดตามบริหารจัดการน้ำ เร่งแก้น้ำแล้ง-น้ำท่วม พัฒนาสถานีสูบน้ำ อ่างเก็บน้ำ และกำจัดวัชพืช หวังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและภาคเกษตรอย่างยั่งยืน

วันที่ 10 พ.ค.69 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

โดยจุดแรก คณะฯได้ลงพื้นที่ติดตาม “โครงการกำจัดวัชพืชลำห้วยดอกไม้” ซึ่งเป็นลำห้วยธรรมชาติ ความยาวประมาณ 17 กิโลเมตร มักจะประสบปัญหาวัชพืชปกคลุมกีดขวางทางน้ำ ทำให้ในช่วงฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำระบายไม่สะดวกและเกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้นำเครื่องจักรเข้ากำจัดวัชพืชเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน พร้อมวางแผนดำเนินงานระยะยาว ด้วยการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี 2569 เพื่อฟื้นฟูศักยภาพการระบายน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

จากนั้น คณะฯได้ลงพื้นที่ “สถานีสูบน้ำบ้านแสนสำราญ” ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ดอนสลับพื้นที่ราบ อีกทั้งดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ประชาชนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร กรมชลประทานได้วางแผนพัฒนาระบบสูบน้ำฯดังกล่าว เพื่อช่วยช่วยเหลือประชาชน 146 ครัวเรือน ในพื้นที่บ้านแสนสำราญและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมทั้งสนับสนุนพื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่ ให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ต่อมา นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ณ ห้องประชุมศาลาร่มโพธิ์ นุกูลทองทวี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการอนุญาตแพท่องเที่ยว การบริหารจัดการกระชังปลา และการกำจัดวัชพืชในอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน โดยเขื่อนลำปาวปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 771 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 39 ของความจุอ่างฯ สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ผิวน้ำเพื่อการท่องเที่ยว ได้กำหนดพื้นที่จอดแพท่องเที่ยว (Zoning) อย่างชัดเจน ปัจจุบันมีแพท่องเที่ยวในพื้นที่รวม 190 ลำ โดยได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าแล้ว 104 ลำ และอีก 86 ลำอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาต ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังได้วางแนวทางบริหารจัดการพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 24 โซน และมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนจำนวน 428 ราย เพื่อให้การใช้ประโยชน์พื้นที่ผิวน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่กีดขวางทางน้ำ และไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและความมั่นคงของอาคารชลประทาน พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การเพาะเลี้ยงปลาเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนของการดำเนินงานกำจัดวัชพืช(จอกหูหนูยักษ์)ในอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน กรมชลประทานได้ดำเนินการกำจัดไปแล้วกว่า 200 ไร่ หรือประมาณ 50,000 ตัน แต่เนื่องจากวัชพืชมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเตรียมขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลและงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือต่อไป

ในช่วงบ่าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแล้ง ตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่เสนอขอรับการสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำซ้ำซาก จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่โครงการอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กและป่าสงวนแห่งชาติภูพาน เนื้อที่ประมาณ 228 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เพื่อประกอบการขออนุญาตใช้พื้นที่ตามขั้นตอนกฎหมาย หากโครงการได้รับการพัฒนาจะสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่เกษตรได้ประมาณ 1,500 ไร่ในฤดูฝน และ 700 ไร่ในฤดูแล้ง ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคบริโภค และต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวได้ในอนาคต

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ “อ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรกว่า 5,600 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 507 ครัวเรือน หรือประมาณ 1,500 คน กรมชลประทานได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการน้ำ โดยจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำแบ่งออกเป็น 4 เขตหลัก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ รองรับการเพาะปลูกทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชผัก รวมถึงการประมง การบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบนฯ ถือเป็นแบบอย่างของการบูรณาการระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำเข้ากับการมีส่วนร่วมของชุมชน นับเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

About Author