จากรุ่นสู่รุ่น….ถอดรหัสวิถีไหม ผ่าน “ทายาทหม่อนไหม”

Cover-หม่อนไหม

จากเส้นใยเล็ก ๆ ที่ต้องอาศัยความประณีตและความอดทน สู่ผ้าไหมผืนงามที่ทรงคุณค่า จากฝีมือเยาวชนคนรุ่นใหม่ วันนี้ วิถีหม่อนไหมกำลังถูกส่งต่อไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผ่านการเรียนรู้ ลงมือทำ และความภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ้านเกิด ใครจะเชื่อว่าที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ทายาทหม่อนไหม” ผู้ที่จะร่วมสืบสานภูมิปัญญาหม่อนไหมไทยให้คงอยู่ และเติบโตไปพร้อมกับคนรุ่นใหม่

จุดเริ่มต้นการเข้าสู่เส้นทาง “ทายาทหม่อนไหม”ของ น้องเบล เด็กหญิงอรพินพ์ โหงฉิม และ น้องแบม เด็กหญิงอรพิมพ์ โหงฉิม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านศรีสมบูรณ์พัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับแรงบันดาลใจสำคัญมาจากรุ่นพี่ที่เคยทำสำเร็จมาก่อน โดยเป้าหมายหลักนอกจากความภาคภูมิใจของครอบครัวแล้ว ทั้งคู่ยังต้องการมีวิชาชีพติดตัวเพื่อสร้างรายได้และแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ซึ่งมีรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดการสาวไหมระดับประเทศ สะท้อนถึงความตั้งใจและพัฒนาการของเยาวชนทั้งสองคน สำหรับปีนี้ น้องเบลและน้องแบม ทั้งสองคนตั้งใจฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้นในการประกวดครั้งต่อไป โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้ที่รางวัลชนะเลิศอันดับ 1

ครูเจ้ ศิริญาภรณ์ ศรโยธา ครูโรงเรียนบ้านสีสมบูรณ์พัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร มองว่าหัวใจหลักสำคัญของ “ทายาทหม่อนไหม” คือการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เยาวชน สามารถนำความรู้ไปต่อยอดเลี้ยงชีพได้จริงหลังจบการศึกษา ซึ่งนักเรียนให้ความสนใจและมีความสุขกับกระบวนการสาวไหมในทุกขั้นตอน นักเรียนมีความเพลิดเพลินและไม่รู้สึกเบื่อหน่าย นอกจากจะสร้างทักษะอาชีพเเล้ว ยังส่งผลต่อการพัฒนาทางอารมณ์และนิสัยของนักเรียนอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะความอดทนและความประณีต เป็นการสอนให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ถึงภูมิปัญญา และได้สืบสาน รักษา และต่อยอดทักษะ หรือวิธีปฏิบัติที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ให้คงอยู่ และสามารถใช้ประ โยชน์และสร้างรายได้ในปัจจุบัน และอนาคต ที่นักเรียนมีเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันครูเจ้ ได้สร้างทายาทหม่อนไหมเพื่อเข้าร่วมโครงการ 4 คน และเตรียมแผนที่จะขยายผลทายาทหม่อนไหมรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นในอนาคต

น้องแยม เด็กหญิงนันธิญาน์ เศรษฐ์นันท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปางมะค่าวิทยาคม และ น้องมีนา เด็กหญิงอภิชา หวายสันเทียะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเกาะแก้วอนุสรณ์ จังหวัดกำแพงเพชร ทายาทหม่อนไหมรุ่นพี่ ซึ่งสนใจเข้าร่วมเพราะลองเรียนรู้หลังจากที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ตาก ได้ให้คำแนะนำ และถ่ายทอดความรู้ โดยชอบขั้นตอนการ “สาวไหม” ทั้งสนุก และได้ออกกำลังกาย โดยน้องแยม-น้องมีนา ภูมิใจอย่างมากที่เส้นไหมจากการสาวมือของตัวเองสามารถนำไปผลิตเป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพ เพราะกว่าจะได้ผ้าแต่ละผืนต้องใช้เวลาผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน และมีความวิริยะอุตสาหะ ความละเอียดประณีตอย่างมาก

ความสำเร็จของทายาทหม่อนไหม จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดปราชญ์ชาวบ้านอย่าง แม่ดวงใจ แก้วบุญเรือน หัวหน้ากลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านมอสมบูรณ์ จังหวัดกำแพงเพชร ที่ประสบความสำเร็จจากอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ออร์แกนิก พร้อมนำนวัตกรรม “โรงเลี้ยงไหมอัจฉริยะ” มาปรับใช้เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมการเลี้ยงไหม จนได้รับรองมาตรฐาน GAP, มกษ.5900 และเครื่องหมายตรานกยูงพระราชทานสีทอง ซึ่งการันตีคุณภาพว่าเป็นการใช้เส้นไหมที่สาวด้วยมือทั้งเส้นยืนและเส้นพุ่ง นอกจากนี้ยังสามารถผลิตรังไหมอุตสาหกรรมส่งโรงงาน และผลิตเส้นไหมเหลืองหัตถกรรมเพื่อส่งให้แก่กองศิลปาชีพ สร้างรายได้หมุนเวียนสูงถึงปีละ 6 ล้านบาท แม่ดวงใจยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “ทายาทหม่อนไหม” เพื่อสืบสานภูมิปัญญาไม่ให้สูญหายโดยส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม ไปจนถึงการสาวเส้นและทอผ้า พร้อมผลักดันการเลี้ยงไหมเป็นกิจกรรมเสริมในโรงเรียนเพื่อสร้างรายได้และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

วิถีหม่อนไหนจึงไม่ใช่เพียงมรดกของอดีต แต่ยังเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ หรือ ทายาทหม่อนไหม ร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด อีกทั้งการสวมใส่ผ้าไหมผ้าไทยในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การอนุรักษ์ภูมิปัญญา แต่คือการสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนในถิ่นฐานบ้านเกิดตลอดจนการสืบสานภูมิปัญญาให้คงอยู่สืบไป

About Author