สั่งรับมือฝนหนักภาคใต้ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ–กำจัดผักตบชวา เฝ้าระวังน้ำท่วม
กรมชลประทานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักภาคใต้ “อธิบดีฯวิทยา” สั่งทุกพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่ เร่งระบายน้ำ ลดผลกระทบน้ำท่วม พร้อมช่วยเหลือประชาชน โทรสายด่วน 1460
วันที่ 20 ต.ค.69 กรมชลฯ เตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ที่ กำชับตรวจสอบจุดเสี่ยงอุทกภัย เตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าปฏิบัติงานตามแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัย ปี 2569 ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำและเร่งระบายน้ำในจุดที่มีความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขัง ควบคู่กับการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับทราบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เพื่อให้สามารถเตรียมรับมือได้ทันท่วงที พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมุ่งลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อห่วงใยของ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ
ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ
-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี สำนักงานชลประทานที่ 14 บริเวณ คลองระบายน้ำ D9 ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 7 กม.19+200 (ฝั่งขวา) ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
-ส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 15 บริเวณ หลังหอประชุมเมือง(ทุ่งท่าลาด) หมู่ที่ 2 ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช, บริเวณ บ่อบำบัด (ทุ่งท่าลาด) หมู่ที่ 2 ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช, บริเวณ ประตูระบายน้ำปากตรง หมู่ที่ 6 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช, บริเวณ ท่อระบายน้ำบางเนียน หมู่ที่ 10 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช, บริเวณ ระบายน้ำบางปอ หมู่ที่ 8 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช, บริเวณ ท่อระบายน้ำบางขลบ หมู่ที่ 8 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และบริเวณ (หน้าร้านยูดีไซน์) เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

-ส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 17 บริเวณ โรงพยาบาลหนองจิก หมู่ที่ 4 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี, บริเวณ โรงพยาบาลโคกโพธิ์ หมู่ที่ 3 ตำบลมะกรูด อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี, บริเวณ โรงพยาบาลหนองจิก หมู่ที่ 4 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีและโรงพยาบาลโคกโพธิ์ หมู่ที่ 3 ตำบลมะกรูด อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี และบริเวณ โรงพยาบาลยะหริ่ง ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี
กำจัดผักตบชวา
-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน สำนักงานชลประทานที่ 14 บริเวณอาคารเพิ่มประสิทธิภาพ หมู่ 1 บ้านยางน้ำกลัดใต้ ตำบลยางน้ำกลัดใต้ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี
-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี สำนักงานชลประทานที่ 14 บริเวณคลองส่งน้ำสายใหญ่ 3 ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 8 กม.24+140 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
-โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช สำนักงานชลประทานที่ 15 บริเวณ บ่อยืมดินคลองส่งน้ำสาย 2L – 1R – RMC ฝายคลองคูถนน ช่วงกิโลเมตรที่ 0+030 ถึง กิโลเมตรที่ 5+800 ในพื้นที่ตำบลไทยบุรี และตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และบริเวณ บ่อยืมดินคลองส่งน้ำสาย LMC ช่วงกิโลเมตรที่ 2+000 ถึง กิโลเมตรที่ 7+550 ในพื้นที่ตำบลท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ปากพนังบน บริเวณ คู 1 – ทุ่งใน – หัวเขื่อนน้ำล้น ตำบลบ้านตูล อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และบริเวณ คลองส่งน้ำสาย 1R-1R-1L-1L-RMC ตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
-ส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 15 บริเวณประตูระบายน้ำ วัดบางทองคำ ตำบลบ้านเนิน อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก สำนักงานชลประทานที่ 17 บริเวณ พื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านกัวลอต๊ะ ตำบลนานาค อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และบริเวณ พื้นที่บ้านชุมบก บ้านสันติสุข และบ้านเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี สำนักงานชลประทานที่ 17 บริเวณคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา (RMC) ช่วง กม. 34+000 – 37+000 ในพื้นที่ตำบลลางา อำเภอมายอ และตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี และบริเวณคลองส่งน้ำ CMC (ปตร.ปรีกี) ตำบลปิตูมุดี อำเภอยะรัง และบริเวณคลองระบายน้ำ D10 (ปตร.ตุยง) ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

ทั้งนี้ กรมชลประทาน พร้อมด้วยสำนักงานชลประทานและโครงการชลประทานในพื้นที่ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยประชาชนหรือหน่วยงานที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำและต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 ผ่านสายด่วนกรมชลประทาน 1460 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
