น้ำลด แต่ความห่วงใยไม่ลด!! ระดมเครื่องสูบน้ำ 97 เครื่อง เร่งระบายน้ำท่วม 24 ชม. ช่วยประชาชน
กรมชลประทานเดินหน้าบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น แต่ยังคงระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อเร่งลดปริมาณน้ำที่ยังตกค้างและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเร่งช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ โดยมี นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานชลประทานที่ 11 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมประชุมผ่านระบบ Video Conference กับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำและหาแนวทางลดความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด


สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเริ่มลดลง กรมชลประทานจึงทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จาก 1,900 เหลือ 1,800 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ในลุ่มน้ำป่าสัก ระบายน้ำอยู่ที่ 492 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากวันก่อนเช่นกัน ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ยังคงเร่งสูบและผลักดันน้ำออกจากชุมชน โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีก 97 เครื่อง ตามข้อร้องขอของประชาชนในหลายพื้นที่ พร้อมลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสานหน่วยงานต่าง ๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาสถานการณ์น้ำในทุกพื้นที่ที่เชื่อมโยงกัน เพื่อร่วมกันหาแนวทางเร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขังและตกค้างอยู่ในระบบให้ลดลงโดยเร็วที่สุด ทั้งการควบคุมระดับน้ำ การสูบและผลักดันน้ำ รวมถึงการเปิดทางระบายน้ำให้ไหลออกสู่ทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประสานการทำงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ รองอธิบดีฯ วรพจน์ ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมชลประทานทุกคนที่ทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมเน้นย้ำว่า ภารกิจสำคัญของคนกรมชลประทาน คือการดูแลและช่วยเหลือประชาชนให้ความเดือดร้อนของประชาชนลดน้อยมากที่สุด ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มที่ แม้สถานการณ์น้ำจะเริ่มดีขึ้น แต่ยังต้องเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและทุกครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพื่อร่วมกันก้าวผ่านวิกฤตน้ำครั้งนี้ไปให้ได้

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงเดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งการเร่งระบายน้ำท่วมขัง การแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยยืนยันว่าจะยังคงระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด และช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
