ดัน 11 โครงการ เร่งแก้น้ำท่วมสุโขทัย เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 46,559 ไร่
“สุริยะ” ควง “ปิยะรัฐชย์” ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำ เร่งแก้อุทกภัยซ้ำซาก เดินหน้า 11 โครงการเร่งด่วน เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 46,559 ไร่ พร้อมผลักดันโครงการระยะยาวเพิ่มศักยภาพกักเก็บน้ำกว่า 139 ล้านลูกบาศก์เมตร
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำของจังหวัด รับฟังความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญ และมอบนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูลการดำเนินงาน


ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย คณะรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำจากกรมชลประทาน โดยเน้นการแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซากและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่
สำหรับแผนงานเร่งด่วนเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ครอบคลุม 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอกงไกรลาศ รวม 11 โครงการ อาทิ การก่อสร้างคลองส่งน้ำและคลองเชื่อมแม่น้ำยมเก่าถึงคลองวังฆ้อง การก่อสร้างประตูระบายน้ำและท่อระบายน้ำพร้อมระบบส่งน้ำในพื้นที่อำเภอกงไกรลาศ ตลอดจนการปรับปรุงเพิ่มความจุทุ่งทะเลหลวง การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะเดา และประตูระบายน้ำบ้านบานชื่นและบ้านเกาะน้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบจากอุทกภัย โดยทั้ง 11 โครงการมีศักยภาพในการเก็บกักน้ำรวม 19.50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 46,559 ไร่ และมีพื้นที่รับประโยชน์ 13,783 ไร่

นอกจากแผนงานเร่งด่วนแล้ว ยังมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน โครงการคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวา โครงการแก้มลิงทุ่งหนองคล้อ และโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยซ้ำซากจังหวัดสุโขทัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัย โดยมีพื้นที่รับประโยชน์รวมกว่า 63,300 ไร่
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนพัฒนาแหล่งน้ำในระยะต่อไป ได้แก่ โครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (บายพาส) ระยะทาง 45 กิโลเมตร โครงการพื้นที่ลุ่มต่ำปากพระ (SK6) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำแม่รำพัน และโครงการระบบส่งน้ำจากแก้มลิงทุ่งหนองคล้อไปยังแก้มลิงวังทองแดง ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว โดยคาดว่าจะเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้อีกกว่า 139 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่รับประโยชน์รวม 95,590 ไร่


นายสุริยะ ได้มอบข้อสั่งการให้กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในปัจจุบันร่วมกับจังหวัดสุโขทัยอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงสภาพพื้นที่และลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตรให้มากที่สุด พร้อมเร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญ 4 โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผน และรายงานความก้าวหน้าให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ให้เร่งศึกษาและเตรียมความพร้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในอนาคต รวมถึงให้ความสำคัญกับโครงการเร่งด่วนในพื้นที่ และบริหารงบประมาณปี 2570 เพื่อผลักดันโครงการที่มีความพร้อมให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
จากนั้น คณะเดินทางไปยังอาคารอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เพื่อมอบนโยบาย พบปะประชาชน มอบปัจจัยการผลิต และเยี่ยมชมนิทรรศการด้านการเกษตรของจังหวัด ก่อนเดินทางไปยังแก้มลิงวังทองแดง ตำบลวังทองแดง อำเภอเมืองสุโขทัย เพื่อติดตามจุดก่อสร้างโครงการระบบส่งน้ำจากแก้มลิงทุ่งหนองคล้อไปยังแก้มลิงวังทองแดง และจุดก่อสร้างโครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (บายพาส) ระยะทาง 45 กิโลเมตร พร้อมรับฟังแผนการก่อสร้างและข้อคิดเห็นจากผู้แทนประชาชนในพื้นที่
