ชลประทานตราดเร่งพร่องน้ำอ่างสระสีเสียด เหลือต่ำ 10% รับมือฝนหนัก 24–27 ก.ย.
ชลประทานตราดเปิดประตูระบายน้ำอ่างสระสีเสียดเต็มที่ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง สำรองพื้นที่รับฝนก้อนใหม่ ขณะที่จังหวัดเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า และดินถล่ม
วันที่ 23 ก.ย.69 โครงการชลประทานตราดเร่งพร่องน้ำอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด โดยเปิดบานประตูระบายน้ำในระดับสูงสุด ระบายน้ำลงสู่คลองบางพระในเขตเทศบาลเมืองตราด จนปริมาณน้ำในอ่างเหลือไม่ถึงร้อยละ 10 ของความจุประมาณ 3.3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อสำรองพื้นที่อ่างไว้รองรับปริมาณฝนที่จะตกลงมาในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน 2569

การเร่งพร่องน้ำครั้งนี้เป็นมาตรการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดตราด ซึ่งข้อมูลสภาพอากาศที่ใช้ประกอบการเตรียมการระบุว่า ในช่วงดังกล่าวมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีปริมาณฝนสะสมสูงต่อเนื่องหลายวัน จึงจำเป็นต้องลดระดับน้ำในอ่างไว้ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำและลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่ชุมชนด้านท้ายอ่าง

นอกจากการเปิดประตูระบายน้ำแล้ว โครงการชลประทานตราดยังนำ เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 2 เครื่อง มาติดตั้งไว้บริเวณอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด เพื่อใช้เป็นกำลังเสริมในการเร่งระบายน้ำไปยังคลองชลประทานด้านตำบลหนองเสม็ด หากมีฝนตกหนักจนทำให้ระดับน้ำภายในอ่างเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนอ่างเก็บน้ำเขาระกำ ,คลองโสน , ห้วยแร้ง , สะพานหิน , ด่านชุมพล , วังปลาหมอ , คลองมะนาว , ได้พร่องน้ำเตรียมรับน้ำฝนในช่วง 24- 27 กันยานี้ไว้แล้ว

ขณะเดียวกัน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 22 กันยายน 2569 แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในช่วง 23–27 กันยายน 2569 หลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น โดยระบุให้ จังหวัดตราดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง

จังหวัดตราดยังสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หากพบว่ามีฝนตกหนักและมีความเสี่ยงเกิดภัย ให้พิจารณาแจ้งเตือนหรือปิดพื้นที่เสี่ยงทันที รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
