น้ำเหนือเพิ่ม! จับตาเจ้าพระยาสูงขึ้น คาดเขื่อนระบาย 500–700 ลบ.ม./วินาที

กรมชลฯ002

กรมชลฯ เผยน้ำเหนือเพิ่มต่อเนื่อง ส่งผลปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม คาดน้ำไหลผ่านเขื่อน 500–700 ลบ.ม./วินาที ทำระดับน้ำท้ายเขื่อนชัยนาทถึงอยุธยาเพิ่ม 0.50–1 เมตร แต่ยังต่ำกว่าตลิ่ง พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หากเกิน 700 ลบ.ม./วินาทีจะแจ้งประชาชนทันที

วันที่ 16 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยตามรายงานของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พบว่าฝนที่ตกชุกบางแห่งทางตอนบนในระยะนี้ ทำให้มีปริมาณน้ำหลากไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา มีน้ำไหลผ่านประมาณ 859 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) /วินาที ขณะที่ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนอยู่ที่ 430 ลบ.ม./วินาที ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างในขณะนี้ จึงได้เน้นย้ำให้กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 9 วันข้างหน้า พบว่าปริมาณน้ำบริเวณสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย คาดว่าจะมีน้ำไหลผ่านในเกณฑ์ประมาณ 500 – 700 ลบ.ม./วินาที ซึ่งได้สั่งการให้กรมชลประทาน พิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์และปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน

อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณ ตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.50 – 1.00 เมตร ซึ่งระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลิ่ง

กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และบริหารจัดการน้ำโดยใช้ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร พร้อมติดตามสภาพอากาศ ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดน้ำ และแบบจำลองคาดการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์และปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้น จนทำให้ต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่า 700 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจะแจ้งสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้ทราบโดยเร็วต่อไป

About Author