ชลบุรีห้ามประมาท! “รองฯฐนันดร์” ลงพื้นที่เช็กคลองพานทอง เตรียมรับฝนระลอกใหม่
กรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตรวจสอบจุดสำคัญบริเวณคลองพานทองและคลองชลประทานพานทอง พร้อมเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำและระบบระบายน้ำ รองรับสถานการณ์ฝนในช่วงเดือนตุลาคม ลดผลกระทบต่อประชาชน พื้นที่เศรษฐกิจ และนิคมอุตสาหกรรม
วันนี้ (3 ตุลาคม 2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน มอบหมายให้นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายอุรินทร์ โสตรโยม เลขานุการกรม นายเกรียงศักดิ์ พุ่มนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดชลบุรี บริเวณคลองพานทองและคลองชลประทานพานทอง เพื่อประเมินประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้ตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำล้นข้ามคันบริเวณคลองน้ำเค็ม ในพื้นที่อำเภอพนัสนิคม พร้อมติดตามประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองพานทองและคลองชลประทานพานทอง ซึ่งเป็นระบบสำคัญในการช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่อำเภอพนัสนิคม รวมถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ตลอดจนติดตามการบริหารจัดการน้ำในระบบคลองท่าลาด คลองหลวง และคลองพานทอง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดที่ 1 บริเวณ ปตร.พานทอง และ ปตร.พานทอง 2 ซึ่งเป็นคลองพานทองธรรมชาติ โดยในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุน จะดำเนินการปิดประตูระบายน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำ จำนวน 8 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
จุดที่ 2 บริเวณ ปตร.ปลายคลองชลประทานพานทอง ปัจจุบันสามารถเปิดระบายน้ำได้ตลอดเวลา แม้ในช่วงน้ำทะเลหนุน และหากไม่สามารถเปิดระบายผ่านประตูได้ จะใช้เครื่องสูบน้ำ จำนวน 7 เครื่อง เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

จุดที่ 3 บริเวณโรงสูบผันน้ำคลองชลประทานพานทอง-อ่างเก็บน้ำบางพระ มีเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่อง สามารถสูบน้ำได้ประมาณ 5.5 ลบ.ม./วินาที เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและผันน้ำเข้าสู่ระบบอ่างเก็บน้ำบางพระ
จุดที่ 4 บริเวณคลองชลประทานพานทอง โซน กม.0+000 ซึ่งเป็นจุดรวมของน้ำจากคลองหลายสาย ได้แก่ คลองน้ำเค็ม คลองสายใหญ่ท่าลาด คลองอ้อมแก้ว คลองหน้าประดู่ และคลองพานทอง ก่อนที่จะไหลลงสู่คลองชลประทานพานทอง เป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและภาวะน้ำทะเลหนุน
นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อประชาชน ภาคเศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรม พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถเข้าปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ รวมทั้งให้ติดตามระดับน้ำในคลองสายต่าง ๆ และสถานการณ์น้ำทะเลหนุนอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ กรมชลประทานจะบูรณาการบริหารจัดการน้ำในระบบคลองท่าลาด คลองหลวง และคลองพานทอง ควบคู่กับการติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน พื้นที่เศรษฐกิจ และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมรับมือสถานการณ์ฝนในช่วงเดือนตุลาคมอย่างเต็มศักยภาพ ตามนโยบายของกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำเชิงรุกและดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำน้อยที่สุด
