“วิทยา” สั่งลุยกำจัดผักตบชวา เร่งเปิดทางน้ำ รับมือน้ำหลาก

วิทยา

“วิทยา” เปิดกิจกรรมกำจัดผักตบชวาพร้อมกันทั่วประเทศ เร่งเปิดทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพส่งน้ำและระบายน้ำ รับมือปัญหาน้ำหลาก

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Kick off ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมกันทั่วประเทศ” โดยมีนายสุรพงศ์ เจริญการยนต์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทึ่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีการจัดกิจกรรมพร้อมกันในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชน้ำที่กีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัญหาผักตบชวาและวัชพืชน้ำไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในลำน้ำและทางน้ำชลประทานทั่วประเทศ นอกจากกีดขวางการไหลของน้ำแล้ว ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งน้ำเพื่อการเกษตร การระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและระบบนิเวศโดยรวม

กรมชลประทาน จึงได้กำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยในครั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรม Kick off พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของกรมชลประทานในการบูรณาการกำลังบุคลากร เครื่องจักรกล และนวัตกรรม ในการเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พร้อมนำแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหา โดยใช้ทั้งนวัตกรรมสารผสมที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับเครื่องจักรกลที่มีศักยภาพสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดวัชพืชและลดการกลับมาสะสมของผักตบชวาในทางน้ำได้เป็นอย่างมาก

ในส่วนของ สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้วางแนวทางการกำจัดผักตบชวาไว้ 2 วิธีหลัก ได้แก่ การกำจัดด้วยสารผสม สวพ.62-ชป.1 ซึ่งได้ทดลองฉีดพ่นในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจำนวน 11 แปลง ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 จนถึงปัจจุบัน พบว่าผักตบชวาแห้งตายตามธรรมชาติ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังได้กำจัดด้วยเครื่องจักรกล ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่มีสายคลองรวม 673 สาย ความยาวลำน้ำประมาณ 1,800 กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 349 สาย รวมระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร จากการสำรวจประเมินปริมาณผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำเฉพาะในเขตทางน้ำชลประทาน พบว่ามีปริมาณสูงถึงประมาณ 920,000 ตัน และเมื่อรวมพื้นที่คลองธรรมชาตินอกเขตชลประทาน คาดว่ามีปริมาณสะสมประมาณ 1.2 ล้านตัน จึงจำเป็นต้องเดินหน้ากำจัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชน

ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก เพื่อคืนความใสสะอาดให้แก่แหล่งน้ำ เพิ่มศักยภาพการส่งน้ำและการระบายน้ำ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

About Author