ชป. มั่นใจน้ำในอ่างฯ เพียงพออุปโภคบริโภค เดินหน้าส่งน้ำตามแผนอย่างทั่วถึง
default
วันนี้ (29 มกราคม 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 62,923 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 82 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 21,000 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 86 ของความจุอ่างฯ จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 13,979 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของแผนฯ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีปริมาณฝนตกค่อนข้างน้อย ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำบางแห่งอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนัก แต่ปริมาณน้ำที่มีอยู่ยังเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย โดยกรมชลประทาน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างปราณีต มีการเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ด้วยการจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกน้ำ เพื่อสนับสนุนและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน
ด้านสถานการณ์ความเค็ม กรมชลประทานได้เฝ้าระวังและติดตามคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลัก 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งจากการตรวจวัดพบว่าคุณภาพน้ำ
ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
นอกจากนี้ กรมชลประทานเดินหน้ากำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ ทั้งนี้ หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ชลประทานบริการประชาชน
ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main
